football would cup
วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
Daranpop Promsuk M.2/5 No.26
วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ฟุตบอลโลก2014 ( FIFA World Cup 2014 )
ฟุตบอลโลก 2014 เป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกชาติระดับประเทศ ครั้งที่ 20 ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน–13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557นี่เป็นครั้งที่สองที่บราซิลได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าว โดยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2493 ทำให้บราซิลกลายเป็นประเทศที่ 5 ที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกสองครั้งต่อจากประเทศเม็กซิโก ประเทศอิตาลี ประเทศฝรั่งเศส และประเทศเยอรมนี นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี พ.ศ. 2521 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้ และเป็นครั้งแรกที่มีจัดการแข่งขันนอกทวีปยุโรปสองครั้งติดต่อกัน และเป็นครั้งแรกที่มีจัดการแข่งขันในซีกโลกใต้ติดต่อกันสองครั้ง (ก่อนหน้านี้ ฟุตบอลโลก 2010จัดในประเทศแอฟริกาใต้) นอกจากนี้ ฟีฟ่าก็จะใช้เทคโนโลยีโกลไลน์เป็นครั้งแรกในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
World Cup 2014 World Cup is 20 times the national level, which is scheduled to be held in Brazil. Between 12 June -13 July 2557 This is the second time that Brazil has hosted such. By being the first host in the year 2493, making Brazil became the country's fifth World Cup was hosted twice from Mexico, Italy, France. And Germany Since the 2521 World Cup in Argentina. Which was first held in South America. And the first event outside Europe with two consecutive times. And the first tournament in the Southern Hemisphere with two consecutive times (previously hosted the 2010 World Cup in South Africa) and it will use the FIFA Goal Line Technology is the first in the race this time.
การคัดเลือกเจ้าภาพ
วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2546 ฟีฟ่าได้ประกาศว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกจะจัดขึ้นในทวีปอเมริกาใต้อีกครั้งนับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1978 ในอาร์เจนตินา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่จะหมุนเวียนสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันไปตามสหพันธ์ฟุตบอลต่าง ๆ ต่อมาในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2546 สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมบอล) ได้แจ้งว่าอาร์เจนตินา บราซิล และโคลอมเบียมีความประสงค์จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย และในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2547 คอนเมบอลได้ลงมติเอกฉันท์ให้บราซิลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้
บราซิลได้ประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 และโคลอมเบียได้ประกาศในวันถัดมา ส่วนอาร์เจนตินาไม่มีการประกาศเสนอตัว โดยในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2550 โคลอมเบียได้ขอถอนตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งฟรันซิสโก ซานโตส กัลเดรอน รองประธานาธิบดีโคลอมเบียกล่าวว่าโคลอมเบียจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกชุดอายุไม่เกิน 20 ปี ใน พ.ศ. 2554 แทน ทำให้เหลือเพียงบราซิลประเทศเดียวที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนี้
บราซิลชนะการคัดเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 โดยงานประกาศนั้นมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ในฐานะที่เป็นประเทศเดียวที่เสนอชื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
ทีมที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ
รอบคัดเลือก
การแข่งขันรอบคัดเลือก จัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 ถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เพื่อให้เหลือเพียง 32 ทีมในรอบสุดท้าย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นทีมชาติเดียว ที่เข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ส่วนยูเครนคือทีมที่มีอันดับโลกสูงสุด(อันดับที่ 16)ที่ไม่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย
อนึ่ง เมื่อแข่งขันรอบคัดเลือกเสร็จสิ้น ฟีฟ่ายังกำหนดให้มี การแข่งขันรอบแพ้คัดออก (play-off) เพื่อเลือกทีมชาติเข้ารอบสุดท้ายอีกชั้นหนึ่ง โดยในคราวนี้จัดเป็นสองคู่ แต่ละคู่ใช้ระบบเหย้า-เยือน ประกอบด้วย อันดับที่ 5 จากโซนเอเชีย พบกับ อันดับที่ 5 จากโซนอเมริกาใต้ (โซนอเมริกาใต้ชนะ) และอีกคู่หนึ่งคือ อันดับที่ 4 จากโซนคอนคาแคฟ พบกับ ทีมชนะเลิศจากโซนโอเชียเนีย (โซนคอนคาแคฟชนะ)
|
|
|
|
วันและสถานที่แข่งขัน
วันแข่งขัน
การแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ถึง 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นสัปดาห์หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลลีกในทวีปยุโรปปิดฤดูกาลลง และตรงกับช่วงฤดูหนาวของประเทศในเขตกึ่งร้อนอย่างบราซิลอีกด้วย
สถานที่แข่งขัน
เมือง 17 เมืองที่สนใจจะเข้ารับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้แก่เบเลง, เบโลโอรีซอนตี, บราซีเลีย, กัมปูกรันดี, กุยาบา, กูรีตีบา, โฟลเรียนอโปลิส, ฟอร์ตาเลซา, โกยาเนีย, มาเนาส์, นาตาล, โปร์ตูอาเลเกร, เรซีฟี, โอลิงดา (สนามจะเป็นสนามที่ใช้ร่วมกัน 2 เมือง), รีโอบรังโก, รีโอเดจาเนโร, ซัลวาดอร์ และเซาเปาลู ส่วนมาเซโอได้ถอนตัวไปในเดือนมกราคม พ.ศ. 2552
ตามกฎของฟีฟ่า ห้ามมีเมืองที่ใช้แข่งขันเกิน 1 สนาม และจำนวนของเมืองเจ้าภาพต้องอยู่ระหว่าง 8–10 เมือง โดยสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล (เซเบเอฟี) ได้ยื่นคำขอที่จะใช้เมืองเจ้าภาพ 12 เมืองในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้[11] ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ฟีฟ่าได้อนุมัติแผนการใช้เมืองเจ้าภาพที่มากถึง 12 เมือง
ก่อนหน้าที่จะมีการคัดเลือกตัดสินเมืองที่จะเป็นเจ้าภาพ มีการสงสัยกันว่า สนามที่จะได้จัดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศคงเป็นสนามมารากานังในเมืองรีโอเดจาเนโร ซึ่งเคยเป็นสนามแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1950ระหว่างอุรุกวัยกับบราซิลมาแล้ว แต่เดิมสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลตั้งใจจะจัดการแข่งขันนัดเปิดสนามที่สนามโมรุงบีในเมืองเซาเปาลูซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล อย่างไรก็ตาม วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553 สนามโมรุงบีถูกตัดชื่อออกเนื่องจากไม่สามารถวางเงินประกันการปรับปรุงสนามให้เป็นไปตามมาตรฐานได้ต่อมาในปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 สมาคมฟุตบอลบราซิลได้ประกาศให้ใช้อาเรนาโกริงชังส์จัดการแข่งขันในเซาเปาลู
เมือง 12 เมืองที่จะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เมืองเบเลง, กัมปูกรันดี, โฟลเรียนอโปลิส, โกยาเนีย และรีโอบรังโกถูกตัดออก เกินครึ่งของเมืองที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องปรับปรุงสนามหรือสร้างสนามขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ ในขณะที่สนามในกรุงบราซีเลียจะถูกทุบและสร้างขึ้นใหม่ ส่วนอีกห้าเมืองก็กำลังปรับปรุงสนามของตนเอง
| รีโอเดจาเนโร | บราซีเลีย | เซาเปาลู | ฟอร์ตาเลซา |
|---|---|---|---|
| สนามกีฬานักหนังสือพิมพ์มารีอู ฟิลยู (มารากานัง) | สนามกีฬาแห่งชาติบราซีเลีย (มาเน การิงชา) | อาเรนาโกริงชังส์ | สนามกีฬาปลาซีดู อาเดรัลดู กัสเตลู (กัสเตเลา) |
| ความจุ : 76,935คน[14] | ความจุ : 70,042คน[15] | ความจุ : 68,000คน (สนามใหม่) | ความจุ : 64,846คน[16] |
| เบโลโอรีซอนตี | โปร์ตูอาเลเกร | ||
| สนามกีฬาผู้ว่าการมากัลไยส์ ปิงตู (มีเนย์เรา) | สนามกีฬาฌูแซ ปิญเญย์รู บอร์ดา (เบย์รา-รีอู) | ||
| ความจุ : 62,547 คน | ความจุ : 51,300 คน[17] (ปรับปรุงใหม่) | ||
| ซัลวาดอร์ | เรซีฟี | ||
| ศูนย์กีฬาศาสตราจารย์โอกตาวีอู มังกาเบย์รา (อาเรนาฟงชีนอวา) | อาเรนาเปร์นัมบูกู | ||
| ความจุ : 56,000 คน[18] | ความจุ : 46,154 คน (สนามใหม่) | ||
| กุยาบา | มาเนาส์ | นาตาล | กูรีตีบา |
| อาเรนาปังตานัล | อาเรนาอามาโซเนีย | อาเรนาดัสดูนัส | สนามกีฬาโฌอากิง อาเมรีกู กีมาไรส์ (อาเรนาดาไบชาดา) |
| ความจุ : 42,968 คน (สร้างใหม่) | ความจุ : 42,374 คน (สร้างใหม่) | ความจุ : 42,086 คน (สร้างใหม่) | ความจุ : 43,900 คน (ปรับปรุงใหม่) |
เงินรางวัล
เงินรางวัลทั้งหมดนี้ได้รับการยืนยันจากฟีฟ่า ซึ่งมีมูลค่าทั้งหมด 576 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวมถึงเงินจำนวน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสโมสรในประเทศ) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งก่อน] ก่อนการแข่งขัน ทุกทีมจะได้รับเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินรางวัลอื่น ๆ เป็นไปดังนี้
- 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมที่เข้ารอบแบ่งกลุ่ม (16 ทีม)
- 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมที่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย (8 ทีม)
- 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย (4 ทีม)
- 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมที่ได้อันดับที่ 4
- 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมที่ได้อันดับที่ 3
- 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมรองชนะเลิศ
- 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ – สำหรับทีมชนะเลิศ
การตลาด
สัญลักษณ์
สัญลักษณ์ของการแข่งขันมีชื่อว่า อิงส์ปีราเซา (แปลว่า "แรงบันดาลใจ" ออกแบบโดยบริษัทอาฟรีกาจากประเทศบราซิล ดัดแปลงมาจากภาพถ่ายเชิงสัญลักษณ์ของมือผู้ชนะ 3 มือกำลังชูถ้วยรางวัลฟุตบอลโลกอยู่ นอกจากจะถ่ายทอดแนวคิดมนุษยธรรมผ่านรูปมือที่สอดประสานกันแล้ว การลงสีรูปมือด้วยสีเหลืองและสีเขียวก็ยังเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงบราซิล ประเทศเจ้าภาพที่จะต้อนรับทุกประเทศอย่างอบอุ่นอีกด้วย ได้มีการเปิดตัวสัญลักษณ์ไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
ฟีฟ่าและคณะกรรมาธิการจัดฟุตบอลโลก 2014 ได้เชิญชวนบริษัท 25 แห่งในบราซิลให้เข้าร่วมประกวดออกแบบสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันครั้งนี้ โดยหน้าที่ในการคัดเลือกผู้ชนะเป็นของคณะกรรมการตัดสินที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียง 7 คนจากสาขาต่าง ๆ ได้แก่ รีการ์ดู เตย์เชย์รา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล, เฌโรม วาลก์ เลขาธิการฟีฟ่า, จิเซล บุนเชน นางแบบชาวบราซิล, อูสการ์ นีเอไมเยอร์ นักออกแบบสถาปัตยกรรม, เปาลู กูเอลยู นักเขียน, อีเวชี ซังกาลู นักร้อง และฮันส์ ดอนเนอร์ นักออกแบบ
อาเลชังดรี วอลเนร์ นักออกแบบกราฟิกชาวบราซิล ได้วิจารณ์ว่าสัญลักษณ์นี้ดูคล้ายกับมือที่ปิดหน้าเพราะความอับอาย และยังวิจารณ์ถึงกระบวนการคัดเลือกสัญลักษณ์ด้วย ซึ่งกรรมการคัดเลือกนั้นส่วนใหญ่ไม่ใช่นักออกแบบกราฟิกมืออาชีพ
WorldCup Brightest Fans
สีสันฟุตบอลโลก 2014
of girls who cheer for Russia . Our girls are the best, and to ensure this, we offer you to see a selection of the most beautiful cheerleaders from around the world.
Photo: Fabrice Coffini / AFP
Photo: Martin Bernetti / AFP
Photo: Leo Correa / AP
Photo: Kirill Kudryavtsev / AFP
Photo: Dehrouz Mehri / AFP
Photo: Markus Schreiber / AP
Photo: Ed Jones / AFP
Photo: Damien Meyer / AFP
Photo: Henry Romero / Reuters
Photo: Nick Ut / AP
Photo: Dolores Ochoa / AP
Photo: Pilar Olivares / Reuters
Photo: Kai Pfaffenbach / Reuters
Photo: Oli Scarff / Getty Images / Fotobank
Photo: Dylan Martinez / Reuters
Photo: Paul Hanna / Reuters
Photo: Ivan Alvarado / Reuters
Photo: Keith Tsuji / Getty Images / Fotobank
source: http://occupatech.blogspot.com/search/label/football